title: "การจัดการหน่วยความจำของ ChatGPT: ปรับแต่งการโต้ตอบ AI ของคุณ" slug: "8590148-memory-faq" date: "2026-03-13" lang: "th" source: "https://help.openai.com/en/articles/8590148-memory-faq" category: "โมเดล AI" keywords:
- หน่วยความจำ ChatGPT
- การปรับแต่ง AI
- OpenAI
- ประวัติการสนทนา
- การจัดการหน่วยความจำ
- แชทชั่วคราว
- การควบคุมของผู้ใช้
- การตั้งค่า AI
- AI ระดับองค์กร
- ChatGPT Plus
- ผู้ใช้ Pro meta_description: "สำรวจคุณสมบัติหน่วยความจำของ ChatGPT ที่ช่วยให้การโต้ตอบกับ AI เป็นส่วนตัวมากขึ้น เรียนรู้วิธีจัดการหน่วยความจำที่บันทึกไว้ ประวัติการสนทนา และควบคุมข้อมูลของคุณเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด" image: "/images/articles/8590148-memory-faq.png" image_alt: "อินเทอร์เฟซการตั้งค่าหน่วยความจำของ ChatGPT ที่แสดงตัวเลือกการปรับแต่งส่วนบุคคล" quality_score: 94 content_score: 93 seo_score: 95 companies:
- OpenAI schema_type: "NewsArticle" reading_time: 7 faq:
- question: "คุณสมบัติหน่วยความจำของ ChatGPT คืออะไร และเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างไร?" answer: "คุณสมบัติหน่วยความจำของ ChatGPT ช่วยให้ AI สามารถจดจำรายละเอียดที่เป็นประโยชน์จากการสนทนาในอดีต ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองที่เป็นส่วนตัวและตรงประเด็นมากขึ้น เมื่อผู้ใช้โต้ตอบกับ ChatGPT ไม่ว่าจะด้วยการพิมพ์ พูด หรือสร้างรูปภาพ ระบบจะเรียนรู้ความชอบและความสนใจของผู้ใช้ และนำบริบทนี้ไปรวมกับการโต้ตอบในอนาคต สิ่งนี้สร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ ChatGPT จะเข้าใจความต้องการส่วนบุคคลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ผู้ใช้สามารถสอนข้อมูลใหม่ๆ ให้ ChatGPT จดจำได้อย่างชัดเจน เช่น ข้อจำกัดด้านอาหาร หรือรายละเอียดโครงการเฉพาะ ซึ่งช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยได้อีก การได้รับประโยชน์หลักคือผู้ช่วย AI ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะปรับตัวตามความต้องการและรูปแบบการสนทนาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ของคุณโดยอัตโนมัติ ลดความจำเป็นในการพูดซ้ำ"
- question: "ความแตกต่างระหว่าง 'อ้างอิงหน่วยความจำที่บันทึกไว้' และ 'อ้างอิงประวัติการสนทนา' ใน ChatGPT คืออะไร?" answer: "ChatGPT ใช้กลไกหน่วยความจำสองแบบที่แตกต่างกัน 'อ้างอิงหน่วยความจำที่บันทึกไว้' เกี่ยวข้องกับรายละเอียดที่คุณได้สั่งให้ ChatGPT จดจำโดยตรง เช่น ชื่อของคุณ ความชอบด้านอาหาร หรือรายละเอียดโครงการเฉพาะ สิ่งเหล่านี้ทำงานคล้ายกับคำสั่งที่กำหนดเอง แต่ได้รับการอัปเดตและจัดการโดย AI โดยอัตโนมัติ หน่วยความจำที่บันทึกไว้จะถูกนำมาพิจารณาในการตอบสนองในอนาคตอย่างต่อเนื่องจนกว่าคุณจะลบออกอย่างชัดเจน ในทางตรงกันข้าม 'อ้างอิงประวัติการสนทนา' ช่วยให้ ChatGPT สามารถดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากการสนทนาในอดีตทั้งหมดของคุณได้ มันจะเรียนรู้เกี่ยวกับความสนใจและความชอบของคุณเพื่อให้การสนทนาในอนาคตมีประโยชน์มากขึ้น แต่จะไม่เก็บทุกรายละเอียดไว้ ซึ่งแตกต่างจากหน่วยความจำที่บันทึกไว้ ข้อมูลจากประวัติการสนทนาสามารถพัฒนาหรือจางหายไปได้เมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจาก ChatGPT ให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้อง ทำให้หน่วยความจำที่บันทึกไว้เหมาะสำหรับรายละเอียดที่สำคัญและคงอยู่"
- question: "ผู้ใช้สามารถจัดการหรือลบหน่วยความจำของตนใน ChatGPT ได้อย่างไร?" answer: "ผู้ใช้สามารถควบคุมหน่วยความจำของ ChatGPT ได้อย่างกว้างขวาง ทั้ง 'อ้างอิงหน่วยความจำที่บันทึกไว้' และ 'อ้างอิงประวัติการสนทนา' สามารถเปิดหรือปิดได้ผ่านรูปโปรไฟล์ของคุณ > การตั้งค่า > การปรับแต่งส่วนบุคคล หากต้องการลบหน่วยความจำที่บันทึกไว้แต่ละรายการ คุณสามารถสั่งให้ ChatGPT 'ลืม' รายละเอียดเฉพาะ หรือเข้าถึง การตั้งค่า > การปรับแต่งส่วนบุคคล > จัดการหน่วยความจำ เพื่อลบด้วยตนเอง คุณยังสามารถล้างหน่วยความจำที่บันทึกไว้ทั้งหมดในคราวเดียว สำหรับการโต้ตอบชั่วคราวที่ไม่ควรใช้หรือสร้างหน่วยความจำ มี 'แชทชั่วคราว' ให้ใช้งาน หาก 'อ้างอิงประวัติการสนทนา' ถูกปิดใช้งาน ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการแชทในอดีตจะถูกลบออกจากระบบภายใน 30 วัน หากต้องการลบสิ่งที่ ChatGPT รู้ออกทั้งหมด คุณต้องลบทั้งหน่วยความจำที่บันทึกไว้เฉพาะและแชทใดๆ ที่ข้อมูลนั้นถูกแชร์หรืออ้างอิง"
- question: "ChatGPT จดจำข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือไม่ และมีการจัดการความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างไร?" answer: "OpenAI ตระหนักถึงผลกระทบที่สำคัญต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของหน่วยความจำ และได้ฝึกฝน ChatGPT ไม่ให้จดจำข้อมูลที่ละเอียดอ่อนโดยอัตโนมัติ เช่น รายละเอียดสุขภาพ เว้นแต่ผู้ใช้จะร้องขออย่างชัดเจน ระบบกำลังได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างรับผิดชอบ ผู้ใช้ยังคงควบคุมได้ผ่านคุณสมบัติต่างๆ เช่น การตรวจสอบและลบหน่วยความจำที่บันทึกไว้ การถาม ChatGPT ว่าจำอะไรได้บ้าง และการลบการสนทนาเฉพาะเจาะจง เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้ที่จะต้องระลึกไว้ว่า หากเปิดใช้งานหน่วยความจำ ผู้ใช้ควรหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลที่ตนไม่ต้องการให้ AI จดจำ OpenAI สนับสนุนให้มีการแสดงความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงมาตรการความเป็นส่วนตัวเหล่านี้ เพื่อให้มั่นใจถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและผู้ใช้ควบคุมได้"
- question: "คุณสมบัติหน่วยความจำมีให้สำหรับผู้ใช้ ChatGPT Enterprise และ Education หรือไม่?" answer: "สำหรับเจ้าของพื้นที่ทำงาน ChatGPT Enterprise หน่วยความจำสามารถควบคุมได้ในระดับองค์กร โดยอนุญาตให้ผู้ดูแลระบบเปิดหรือปิดคุณสมบัตินี้สำหรับผู้ใช้ทุกคนภายในการตั้งค่าผู้ดูแลระบบ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตความแตกต่างในปัจจุบัน: ในขณะที่ 'อ้างอิงหน่วยความจำที่บันทึกไว้' อาจพร้อมใช้งาน แต่คุณสมบัติ 'อ้างอิงประวัติการสนทนา' ยังไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับลูกค้า Enterprise และ Education ซึ่งหมายความว่าในขณะที่หน่วยความจำที่ผู้ใช้กำหนดเองอย่างชัดเจนสามารถจัดการได้ การเรียนรู้ที่กว้างขึ้นจากประวัติการสนทนาอย่างต่อเนื่องยังไม่ได้ขยายไปยังแผนองค์กรเฉพาะเหล่านี้ในปัจจุบัน OpenAI ยังคงพัฒนาข้อเสนอสำหรับสภาพแวดล้อมระดับองค์กรและการศึกษาต่อไป ดังนั้นฟังก์ชันการทำงานนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต"
หน่วยความจำที่พัฒนาของ ChatGPT: การปรับแต่งผู้ช่วย AI ของคุณให้เป็นส่วนตัว
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ การปรับแต่งส่วนบุคคลคือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของมัน ChatGPT ของ OpenAI ตอนนี้มีคุณสมบัติหน่วยความจำที่แข็งแกร่งซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การโต้ตอบของคุณใช้งานง่ายและเกี่ยวข้องมากขึ้น ความสามารถที่เป็นนวัตกรรมนี้ช่วยให้ ChatGPT สามารถจดจำรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ในการสนทนา ปรับการตอบสนองให้เข้ากับความชอบ ความสนใจ และรูปแบบการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ ไม่ว่าคุณจะพิมพ์ พูด หรือสร้างรูปภาพ AI จะเรียนรู้จากข้อมูลที่คุณป้อน โดยปรับปรุงความเข้าใจในสิ่งที่เหมาะกับคุณที่สุดอย่างต่อเนื่อง
ลองจินตนาการว่า ChatGPT จำข้อจำกัดด้านอาหารของคุณสำหรับคำแนะนำสูตรอาหาร ภาษานโค้ดที่คุณชอบสำหรับการสอบถามการพัฒนา หรือแม้แต่รายละเอียดปลีกย่อยของโครงการของคุณสำหรับงานที่กำลังดำเนินอยู่ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบาย แต่เป็นการเปลี่ยน ChatGPT ให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่แท้จริงซึ่งคาดการณ์ความต้องการของคุณได้ ด้วยการจดจำความชอบในระดับสูง ChatGPT จะลดการทำซ้ำและปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน คุณสามารถสอนข้อมูลใหม่ๆ ให้กับมันได้โดยเพียงแค่ระบุในการแชท เช่น "จำไว้ว่าฉันชอบการออกแบบที่เรียบง่าย" หากต้องการเข้าใจว่า ChatGPT เก็บอะไรไว้ คำถามง่ายๆ เช่น "คุณจำอะไรเกี่ยวกับฉันได้บ้าง" จะให้ข้อมูลเชิงลึก สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าหน่วยความจำนี้มีไว้สำหรับความชอบโดยรวม ไม่ใช่สำหรับการจัดเก็บข้อความจำนวนมากแบบคำต่อคำ หรือแม่แบบที่แน่นอน ซึ่งอาจเหมาะกับวิธีการจัดเก็บอื่นๆ มากกว่า
การทำความเข้าใจระบบหน่วยความจำคู่ของ ChatGPT เพื่อการโต้ตอบที่ดียิ่งขึ้น
ระบบหน่วยความจำของ ChatGPT ทำงานบนสองแนวทางที่แตกต่างกัน แต่เสริมซึ่งกันและกัน โดยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเก็บรักษาและนำข้อมูลไปใช้ การทำความเข้าใจหน่วยความจำทั้งสองประเภทนี้เป็นพื้นฐานในการเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ AI ของคุณ:
- อ้างอิงหน่วยความจำที่บันทึกไว้: นี่คือรายละเอียดที่คุณได้ขอให้ ChatGPT จดจำอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น การบอกว่า 'ฉันเป็นมังสวิรัติ' จะสร้างหน่วยความจำที่บันทึกไว้ สิ่งนี้ทำหน้าที่เหมือนชุดคำสั่งที่กำหนดเองแบบไดนามิกที่โมเดลจะอัปเดต รวม หรือลบโดยอัตโนมัติตามคำสั่ง หน่วยความจำที่บันทึกไว้จะถูกพิจารณาในการตอบสนองในอนาคตเสมอ เว้นแต่จะถูกลบออก ซึ่งให้การปรับแต่งส่วนบุคคลในระดับที่คงอยู่
- อ้างอิงประวัติการสนทนา: นอกเหนือจากคำสั่งที่ชัดเจน ChatGPT ยังสามารถรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากการสนทนาในอดีตของคุณได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณพูดคุยเกี่ยวกับอาหารไทยบ่อยๆ ระบบอาจนำข้อมูลนั้นมาพิจารณาในการแนะนำอาหารกลางวันในอนาคต ระบบนี้ช่วยให้ ChatGPT เรียนรู้ความสนใจและความชอบโดยทั่วไปของคุณ ทำให้การโต้ตอบมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม แตกต่างจากหน่วยความจำที่บันทึกไว้ ChatGPT จะไม่เก็บทุกรายละเอียดจากประวัติการสนทนา และสิ่งที่จดจำได้สามารถพัฒนาได้ตามการโต้ตอบที่กำลังดำเนินอยู่ สำหรับรายละเอียดที่สำคัญและคงอยู่ หน่วยความจำที่บันทึกไว้เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือมากกว่า
ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นในการเปิดใช้งานทั้งสองอย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่เปิดใช้งานการตั้งค่าเหล่านี้เลย เพื่อปรับแต่งฟังก์ชันหน่วยความจำของ AI ให้ตรงกับความต้องการของตนเองได้อย่างแม่นยำ แนวทางแบบโมดูลาร์นี้ช่วยให้คุณสามารถควบคุมขอบเขตของการปรับแต่งส่วนบุคคลของ ChatGPT ได้อย่างเต็มที่
| ประเภทหน่วยความจำ | คำอธิบาย | การคงอยู่ | การควบคุม |
|---|---|---|---|
| อ้างอิงหน่วยความจำที่บันทึกไว้ | รายละเอียดที่บอกอย่างชัดเจน (เช่น 'ฉันเป็นมังสวิรัติ') ทำหน้าที่เหมือนคำสั่งที่กำหนดเองที่จัดการโดยอัตโนมัติ | พิจารณาเสมอจนกว่าจะลบ | ลบทีละรายการ ล้างทั้งหมด ปิดใช้งาน ใช้แชทชั่วคราว |
| อ้างอิงประวัติการสนทนา | เรียนรู้ความชอบ/ความสนใจจากการสนทนาในอดีต | เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา; ไม่ได้เก็บทุกรายละเอียด | เปิด/ปิด (อาจเชื่อมโยงกับการตั้งค่าหน่วยความจำที่บันทึกไว้) ข้อมูลจะถูกลบภายใน 30 วันหากปิดใช้งาน |
การควบคุมหน่วยความจำ ChatGPT ของคุณอย่างครอบคลุม
OpenAI มอบอำนาจในการจัดการหน่วยความจำโดยตรงให้แก่ผู้ใช้ การเปิดใช้งานหรือปิดใช้งานคุณสมบัติหน่วยความจำทำได้ง่ายๆ: ไปที่รูปโปรไฟล์ของคุณ จากนั้น การตั้งค่า > การปรับแต่งส่วนบุคคล ตัวเลือกที่ใช้งานได้อาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแผน ChatGPT เฉพาะของคุณ (เช่น Plus, Pro, Enterprise)
การจัดการหน่วยความจำที่บันทึกไว้ไม่ใช่แค่การเปิด/ปิด คุณสามารถลบหน่วยความจำแต่ละรายการได้โดยบอกให้ ChatGPT 'ลืม' รายละเอียดเฉพาะ หรือโดยการไปที่ การตั้งค่า > การปรับแต่งส่วนบุคคล > จัดการหน่วยความจำ เพื่อดูภาพรวมที่ครอบคลุม ที่นี่ คุณสามารถลบรายการเฉพาะหรือเลือกที่จะล้างหน่วยความจำที่บันทึกไว้ทั้งหมดในคราวเดียว สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าหน่วยความจำที่บันทึกไว้จะถูกจัดเก็บแยกต่างหากจากประวัติการสนทนา ซึ่งหมายความว่าการลบแชทจะไม่ลบหน่วยความจำที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ คุณต้องจัดการกับหน่วยความจำเหล่านั้นโดยตรงในการตั้งค่าการจัดการหน่วยความจำ เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยและการแก้ไขข้อผิดพลาด บันทึกของหน่วยความจำที่บันทึกไว้ที่ถูกลบอาจถูกเก็บไว้ได้นานถึง 30 วัน
สำหรับสมาชิก ChatGPT Plus และ Pro การจัดการหน่วยความจำมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้เหล่านี้ได้รับประโยชน์จากการจัดการหน่วยความจำอัตโนมัติ ซึ่งจัดลำดับความสำคัญของรายละเอียดที่เกี่ยวข้องมากที่สุดอย่างชาญฉลาด และย้ายข้อมูลที่มีความสำคัญน้อยกว่าไปอยู่เบื้องหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะ 'หน่วยความจำเต็ม' ระบบนี้พิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ความใหม่และความถี่ของการสนทนาในหัวข้อนั้นๆ นอกจากนี้ เครื่องมือขั้นสูงยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหา จัดเรียง (ตามใหม่สุดหรือเก่าสุด) และแม้แต่ดูหน่วยความจำที่บันทึกไว้เวอร์ชันก่อนหน้าได้ ฟังก์ชัน 'ดูประวัติ' นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกู้คืนสถานะก่อนหน้าของหน่วยความจำได้ ซึ่งให้การควบคุมและความยืดหยุ่นในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับบริบท AI ส่วนบุคคลของพวกเขา
ข้อพิจารณาสำหรับองค์กรและการรวมคุณสมบัติขั้นสูง
ในขณะที่คุณสมบัติหน่วยความจำหลักมีประโยชน์อย่างมากต่อผู้ใช้แต่ละราย การนำไปใช้ภายในโครงสร้างองค์กร เช่น พื้นที่ทำงานของ ChatGPT Enterprise และ Education มีความแตกต่างเฉพาะ เจ้าของพื้นที่ทำงาน Enterprise มีอำนาจควบคุมการบริหาร จัดการเปิดหรือปิดคุณสมบัติหน่วยความจำสำหรับผู้ใช้ทุกคนภายในโดเมนของตนผ่านการตั้งค่าผู้ดูแลระบบ การจัดการแบบรวมศูนย์นี้ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการปฏิบัติตามนโยบายองค์กรและมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูล
อย่างไรก็ตาม ยังมีความแตกต่างที่สำคัญในปัจจุบัน: ในขณะที่ 'อ้างอิงหน่วยความจำที่บันทึกไว้' สามารถจัดการได้ แต่คุณสมบัติ 'อ้างอิงประวัติการสนทนา' ยังไม่พร้อมใช้งานสำหรับลูกค้า Enterprise และ Education ซึ่งหมายความว่าในขณะที่พนักงานสามารถบันทึกความชอบได้อย่างชัดเจน การเรียนรู้ที่กว้างขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้จากประวัติการสนทนาอย่างต่อเนื่องของพวกเขาไม่ได้ถูกรวมเข้ากับการโต้ตอบ AI โดยอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมเฉพาะเหล่านี้ เมื่อการนำ AI มาใช้ขยายวงกว้างขึ้นภายในองค์กร การจัดการกับ ข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวขององค์กร เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และ OpenAI ยังคงพัฒนาข้อเสนอระดับองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนเหล่านี้
นอกเหนือจากการตั้งค่าระดับองค์กร ผู้ใช้ ChatGPT Pro บน iOS และ Android สามารถเข้าถึงการรวมคุณสมบัติขั้นสูงที่เรียกว่า 'อ้างอิงหน่วยความจำในคำแนะนำ' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ChatGPT Pulse การตั้งค่านี้ เมื่อเปิดใช้งานควบคู่ไปกับทั้ง 'อ้างอิงหน่วยความจำที่บันทึกไว้' และ 'อ้างอิงประวัติการสนทนา' จะช่วยให้ ChatGPT Pulse สามารถทำการวิจัยแบบไม่พร้อมกันในเวลากลางคืน โดยอิงจากหน่วยความจำที่ครอบคลุมของคุณ และนำเสนอข้อมูลสรุปภาพรวมและข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้ในวันถัดไป สิ่งนี้เป็นตัวอย่างว่าหน่วยความจำกำลังกลายเป็นรากฐานสำหรับฟังก์ชันการทำงาน AI ที่เชิงรุกและชาญฉลาดมากขึ้นได้อย่างไร
การปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและตัวตนของผู้ใช้ด้วยหน่วยความจำของ ChatGPT
การเปิดตัวความสามารถด้านหน่วยความจำที่แข็งแกร่งทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการจัดการข้อมูลที่ละเอียดอ่อน OpenAI ได้จัดการกับข้อกังวลเหล่านี้เชิงรุกโดยฝึกฝน ChatGPT ไม่ให้จดจำข้อมูลที่ละเอียดอ่อนโดยอัตโนมัติ เช่น รายละเอียดสุขภาพ เว้นแต่คุณจะสั่งให้ดำเนินการอย่างชัดเจน การเลือกออกแบบนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อความเป็นส่วนตัวและการควบคุมของผู้ใช้ ทีมพัฒนาทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงวิธีที่โมเดลประมวลผลและจัดการข้อมูลดังกล่าว
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใช้คือผู้พิทักษ์ข้อมูลหลักของตนภายในหน่วยความจำของ ChatGPT คุณมีอำนาจในการตรวจสอบสิ่งที่ ChatGPT จดจำ ลบหน่วยความจำที่บันทึกไว้เฉพาะเจาะจง ล้างประวัติการสนทนาทั้งหมด และให้ข้อเสนอแนะเพื่อช่วยปรับปรุงระบบ คำแนะนำที่สำคัญยังคงอยู่: หากเปิดใช้งานหน่วยความจำ ผู้ใช้ควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลใดๆ ที่ตนไม่ต้องการให้ AI จดจำ
ในส่วนของตัวตน ChatGPT สามารถจดจำชื่อหรือตัวตนบัญชีของคุณได้ภายใต้สถานการณ์เฉพาะ: ไม่ว่าคุณจะบอกชื่อของคุณอย่างชัดเจน (เช่น ในคำแนะนำที่กำหนดเองหรือข้อความ) หรือหากเปิดใช้งานหน่วยความจำและ 'อ้างอิงประวัติการสนทนา' ระบบอาจอ้างอิงชื่อบัญชีของคุณ ระดับความโปร่งใสนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบรู้เกี่ยวกับวิธีการโต้ตอบกับ ChatGPT และข้อมูลที่พวกเขาแบ่งปัน เพื่อให้แน่ใจว่า แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการเขียน Prompt ด้วย OpenAI API ครอบคลุมถึงการแบ่งปันข้อมูลอย่างรอบคอบด้วย
คำถามที่พบบ่อย
What is ChatGPT's Memory feature and how does it benefit users?
What is the difference between 'Reference saved memories' and 'Reference chat history' in ChatGPT?
How can users manage or delete their memories in ChatGPT?
Does ChatGPT remember sensitive information, and how is user privacy handled?
Are memory features available for ChatGPT Enterprise and Education users?
อัปเดตข่าวสาร
รับข่าว AI ล่าสุดในกล่องจดหมายของคุณ
